งูเข้าบ้าน สาเหตุเกิดจากอะไร ป้องกันได้อย่างไร?

2536
งู

ปัจจัยที่ทำให้ งูเข้าบ้าน

• สำรวจปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้ งูเข้าบ้าน
• วิธีรับมือเบื้องต้นหากพบเจองูอยู่ภายในบ้าน


ว่าด้วยเรื่องของงูกับบ้านเรือนของคนมักเป็นของคู่กัน บ้างก็ว่างูเข้าบ้านเพราะเอาโชคมาให้ แต่จริงๆ แล้วอาจขึ้นอยู่กับบริเวณรอบตัวบ้านของเราด้วยหรือไม่ อาจเป็นบริเวณที่ติดกับป่า ทุ่งนา หรือริมน้ำ เพราะพื้นที่ลักษณะแบบนี้เสี่ยงต่อการมีงูเข้ามาในบ้านได้มากที่สุด แล้วอยากรู้กันไหมคะว่ามีปัจจัยอื่นใดอีกบ้างที่ทำให้งูชอบเข้าบ้าน นอกจากที่เรากล่าวไปข้างต้น และหากมีงูเข้ามาในบ้านเราควรมีวิธีการป้องกันอย่างไร? ตามมาดูกันเลยค่ะ

งูเข้าบ้าน

สาเหตุที่งูเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้าน
1.บ้านนั้นเป็นแหล่งที่มี “อาหาร” อุดมสมบูรณ์
พูดง่ายๆ ก็คือบ้านที่มีหนูชุกชุม เพราะมีท่อระบายน้ำข้างบ้าน บ่อน้ำ สระน้ำที่มีปลาเยอะ หรือมีการเลี้ยงไก่ไว้ และยิ่งบ้านที่ขาดการจัดระเบียบข้าวของ หรือมีบริเวณสวนหย่อมแต่กลับปล่อยให้รกรุงรัง ก็เสี่ยงต่อการที่จะถูกงูรุกรานเข้าบ้านมากยิ่งขึ้น

2.เพราะบ้านเป็นที่ “ปลอดภัย” สำหรับงู ไม่มีศัตรูมาก่อความรำคาญ หรือทำร้ายจนถึงชีวิต เช่น ไม่มีหมาคอยไล่เห่า ไม่มีห่านไล่งับ หรือไม่มีสัตว์คู่อริ เช่น พังพอน หรือเมื่อมีน้ำท่วมขังงูก็จะหนีน้ำขึ้นไปอาศัยอยู่บนที่สูง

3.บ้านมี “ที่อยู่” เหมาะสม อาจจะมีที่หลบซ่อนตัวให้ได้นอน วางไข่ หรือหลบภัย เช่น ใต้ถุนบ้าน บ้านที่มีฝ้าเพดาน สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับงู คือ มีอุณหภูมิอบอุ่นจากดิน หรือแสงแดด ไม่มีกลิ่นและเสียงรบกวน

งูเข้าบ้าน

วิธีป้องกันงูเข้าบ้าน
แน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากให้งูเลื้อยเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันแน่ๆ ดังนั้น ก่อนที่จะมีงูโผล่มาเยือนถึงในบ้านให้ต้องหวาดระแวง ลองมาดูวิธีป้องกันไว้แต่เนิ่นๆ ดังนี้

1.น้ำมันกลิ่นฉุน
กลิ่นแรงๆ ของน้ำมันเครื่อง น้ำมันก๊าด หรือน้ำมันรถ จะทำให้งูไม่อยากย่างกรายเข้ามาใกล้ เพราะงูเป็นสัตว์ที่ไม่ชอบกลิ่นแรงๆ ดังนั้น ในช่วงหน้าฝน หรือหากพบเห็นงูมาป้วนเปี้ยนอยู่บริเวณบ้าน ให้นำน้ำมันไปราดไว้บริเวณรอบๆ บ้าน ก็จะช่วยไล่งูให้หนีไปทางอื่นได้

น้ำมันก๊าซ

2.กรวด
นำกรวด หรือหินก้อนเล็กๆ มาโรยไว้รอบตัวบ้าน ก็จะทำให้งูเกิดอุปสรรคในการเลื้อย เพราะเมื่อเจอกับก้อนกรวดจนทำให้เลื้อยลำบาก งูก็จะเปลี่ยนใจไปที่อื่นในที่สุด

งูเข้าบ้าน

3.เลี้ยงสุนัข
แม้ดูแล้วเหมือนจะให้สุนัขมาเสี่ยงอันตรายแทนเรา แต่ความจริงแล้วสุนัขนั้นมักจะไม่นิ่งเฉยหากมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาใกล้ตัว ส่วนงูนั้นก็เป็นสัตว์ที่ตกใจง่ายเช่นกัน ดังนั้น หากงูเริ่มคืบคลานเข้ามาใกล้บ้าน สุนัขก็จะส่งเสียงเห่า ทำให้งูตกใจและหนีไปเอง บ้านไหนที่เลี้ยงสุนัขเอาไว้จึงได้เปรียบในกรณีนี้ แต่หากเป็นงูขนาดใหญ่สุนัขก็อาจเกิดอันตรายได้

งูเข้าบ้าน

4.ตาข่าย
การติดตั้งตาข่ายเอาไว้รอบบริเวณที่คาดว่าจะเป็นทางเดินของงูเพื่อเข้าสู่ตัวบ้าน ก็จะช่วยดักงูไว้ได้อีกทาง ซึ่งตาข่ายที่นำมาติดตั้งนั้น ควรเลือกแบบที่มีตาชิดเพื่อไม่ให้งูไม่สามารถลอดผ่านได้ หรือใช้ตาข่ายดักปลาแทนก็ได้เช่นกัน จะทำให้งูติดอยู่กับตาข่าย ไม่เลื้อยเข้าไปในบ้าน

5.มุ้งลวด
นอกจากตาข่ายแล้ว มุ้งลวดก็เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันงูได้ ในกรณีที่อยากใช้ในการปิดทางเดินไม่ให้งูเลื้อยผ่าน ซึ่งมุ้งลวดอาจมีความแตกต่างตรงที่ไม่สามารถดักให้งูติดอยู่ได้ แต่ก็สามารถป้องกันขวางทางเอาไว้ได้เช่นกัน

งูเข้าบ้าน

6.กำมะถัน
แม้จะยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดว่ากำมะถันใช้กันงูได้จริงหรือไม่ แต่หลายบ้านก็นิยมใช้กำมะถันผสมน้ำแล้วโรยเอาไว้รอบบ้านเพื่อป้องกันงูเช่นกัน เนื่องจากเชื่อว่ากลิ่นฉุนของกำมะถันจะทำให้งูเลี่ยงไปทางอื่น ซึ่งในกรณีนี้อาจป้องกันงูไม่ได้ทุกชนิดและทุกตัว อาจต้องโรยบ่อยในช่วงหน้าฝน เนื่องจากกลิ่นกำมะถันจะจางหายไปได้ง่าย

7.ทำความสะอาดบ้าน
กำจัดหนู และสิ่งสกปรกในบ้าน ก็จะช่วยไม่ให้งูมีแหล่งอาหารและที่พักพิง ซึ่งเป็นวิธีป้องกันที่เริ่มจากต้นตอได้มากที่สุด ที่สำคัญควรหมั่นตัดหญ้า และดูแลสวนอย่างสม่ำเสมอ งูจะได้ไม่ใช้เป็นที่แฝงตัว อีกทั้งควรหาอะไรมาปิดรูท่อ หรือใส่ตะแกรงท่อระบายน้ำเอาไว้ด้วย งูจะได้ไม่เลื้อยเข้าบ้านทางท่อระบายน้ำ และอย่าลืมดูรองเท้าก่อนใส่ทุกครั้ง เพราะในรองเท้าเป็นตำแหน่งที่งูมักเข้ามาซุกซ่อนตัวนั่นเองค่ะ

วิธีแก้ปัญหาเมื่องูเข้าบ้าน
1.สังเกตประเภทของงู
พยายามสังเกตให้ดีว่างูที่เลื้อยเข้ามาในบ้านเป็นงูชนิดใด ลักษณะอย่างไร และมีพิษหรือไม่ งูพิษที่พบบ่อย ได้แก่ งูเห่า จะแผ่แม่เบี้ย, งูสามเหลี่ยม มีลำตัวเป็นรูปสามเหลี่ยม, งูเขียวหางไหม้และงูกะปะ มีลักษณะแก้มป่อง ตัวสั้น เกล็ดละเอียด เป็นต้น

2.อยู่นิ่งๆ เคลื่อนไหวช้าๆ
งูจะตกใจหากมีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว หรือมีคนไล่ ดังนั้น ให้ยืนนิ่งๆ หรือค่อยๆ ขยับถอยหลังอย่างช้าๆ โดยต้องจับตามองความเคลื่อนไหวของงูเอาไว้ด้วยนะคะ และที่สำคัญจะต้องเว้นระยะห่างเพื่อให้ปลอดภัยจากการโดนฉกนั่นเองค่ะ

3.อย่าไล่หรือทำร้าย
หากไม่มั่นใจว่าเป็นงูมีพิษหรือไม่ อย่าไล่หรือทำร้ายงูด้วยตัวเอง เพราะหากมีการไล่หรือทำร้าย งูอาจตกใจจนหนีหายไปซุกซ่อนอยู่ในมุมอับ ทำให้หาตัวยาก หรืออาจพุ่งตัวเข้าฉกทันทีจนเกิดอันตรายได้นะคะ

4.ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่
โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยเพื่อมาจับงูออกจากบ้าน ถือเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด เพราะเจ้าหน้าที่มีความชำนาญมากพอที่จะจับงูต่างๆ ออกจากบ้านไปได้โดยไม่เกิดอันตรายกับคนในบ้าน

เอาเป็นว่าเราได้รู้จักกับวิธีป้องกันงูเข้าบ้าน และวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเมื่องูเข้าบ้านกันไปบ้างแล้วนะคะ หากบ้านไหนกำลังกลุ้มใจกับปัญหานี้อยู่ ก็ลองนำวิธีเหล่านี้ไปลองใช้ดูกันได้เน้อ

เรียบเรียงโดย : ลิ้นชัก

หนูเป็นเหมือนลิ้นชักกักเก็บความรู้และ พร้อมที่จะเปิดออกมาเพื่อบอกเคล็ดลับต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจัดสวน ฮวงจุ้ย หรือเรื่องมุมต่างๆภายในบ้าน การตกแต่งแบบ DIY เพียงแค่คุณเปิดมัน ความรู้ต่างๆที่อยู่ภายในลิ้นชักก็จะค่อยๆผุดออกมา เพื่อคลายความสงสัยและเพิ่มไอเดียให้กับทุกคน